ประเทศไทยได้เริ่มมีการใช้งานจากเซลล์แสงอาทิตย์
เมื่อปี พ.ศ. 2519 โดยหน่วยงานกระทรวงสาธารณสุข
และมูลนิธิแพทย์อาสาฯ มีจำนวนประมาณ 300 แผง
แต่ละแผงมีขนาด 15/30 วัตต์ และนับเป็นครั้งแรก
ที่ได้มีนโยบายและแผน ระดับชาติด้าน เซลล์แสงอาทิตย์
บรรจุลงใน แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2520-2524)
การติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ได้ติดตั้ง ใช้งาน อย่างจริงจัง
ในปลายปีของ แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2530-2534)
โดยมี กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน กรมโยธาธิการ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ที่เป็นหน่วยงานหลัก ในการนำเซลล์แสงอาทิตย์ใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้า
เพื่อใช้งานในด้านแสงสว่าง ระบบโทรคมนาคม และเครื่องสูบน้ำ
ข้อมูลของการติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ เพื่อใช้งานในประเทศไทย
จนถึงปี พ.ศ. 2540 มีหน่วยงานต่างๆ ได้ติดตั้งเซลล์ขึ้นสาธิตใช้งาน
ในลักษณะต่างๆ รวมกันแล้วประมาณ 3,734 กิโลวัตต์
ลักษณะการใช้งาน จะเป็นการติดตั้งใช้งานใน พื้นที่ที่ห่างไกล
เป็นสถานีเติม ประจุแบตเตอรี 39% ระบบสื่อสารหรือ
สถานีทวนสัญญาณ ของ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย 28%
ระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 22%
ระบบไฟฟ้าหมู่บ้านที่ห่างไกล 5% และ
สัดส่วนที่เหลือจะติดตั้งใน โรงเรียนประถมศึกษา
สาธารณสุข และ ไฟสัญญาณไฟกระพริบ
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
ได้ติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521
เพื่อใช้งานในกิจการต่างๆ ของ กฟผ.
ปัจจุบันติดตั้งใช้งานไปแล้ว ประมาณ 70 กิโลวัตต์ โดย กฟผ.
ได้ทำการสาธิตการผลิตไฟฟ้า โดยใช้ เซลล์แสงอาทิตย์
ร่วมกับพลังงานชนิดอื่นๆ เช่น พลังน้ำ พลังงานลม
แล้วส่งพลังงานที่ผลิตได้เข้าระบบจำหน่ายของ
การไฟฟ้าภูมิภาคต่อไป กฟผ. ยังได้สาธิตการผลิตไฟฟ้า
จากเซลล์แสงอาทิตย์ โดยไม่ใช้แบตเตอรี่
ในระบบ บ้านแสงอาทิตย์ เป็นหลังแรกของประเทศไทย
ตั้งอยู่ในบริเวณ สถานีพลังงาน แสงอาทิตย์สันกำแพง
หมู่บ้านสหกรณ์ 2 อ. สันกำแพง จ.เชียงใหม่
โดยทำการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์จำนวน 44 แผง
รวมกำลังการผลิต 2.5 กิโลวัตต์